.

Hot Issue

Search this site

ลงทะเบียน



Who's Online

สถิติการเข้าชม


PDF พิมพ์ อีเมล
วันพฤหัสบดีที่ 08 สิงหาคม 2013 เวลา 00:00 น.


จากการสำรวจโดยทางเรือรอบเกาะเสม็ด พบว่าบริเวณที่มีการปนเปื้อนน้ำม้ันดิบที่มองเห็นด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจนจะอยู่บริเวณอ่าวพร้าว และข้างเคียงเท่านั้น ส่วนบริเวณเกาะด้านตะวันออกเฉียงเหนือที่เห็นว่ามีลักษณะน้ำมันลอยอยู่อย่างมากโดยภาพถ่ายจากดาวเทียมของ GISTDA นั้น ไม่ปรากฎว่าน้ำมันดิบลอยตัวอยู่ แต่บางบริเวณจะพบว่ามีลักษณะของฟิล์มน้ำมันบางๆ ลอยที่ผิวน้ำเป็นบริเวณกว้าง ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รายงานว่ามีการใช้สารที่จับตัวกับน้ำมัน เพื่อให้เจือจางและตกลงด้านล่างไปมากแล้ว

ในการสำรวจทางเรือไม่พบว่ามีการตายหรือบาดเจ็บของสัตว์ที่อยู่รอบเกาะแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามผลกระทบของการปนเปื้อนนั้นจะต้องรอดูต่อไป อย่างน้อยประมาณ 3 เดือน จึงเห็นชัดเจนขึ้น เพราะการเกิดพิษในลักษณะนี้ จะเกิดจากการที่สัตว์บริโภคหรือหายใจหรือดูดซึมสารพิษ ซึ่งอาจไม่ทำให้เสียชีวิตทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเต่าทะเล จะสามารถสะสมสารพิษเหล่านี้ได้ค่อนข้างนาน

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความเสียหายของปลาที่เลี้ยงในกระชัง เนื่องจากไม่สามารถว่าน้ำหนีมลพิษได้ ชาวบ้านรายงานว่ามีปลาเก๋าและปลากะพงหายไปหลายกระชัง รวมทั้งหอยนางรมที่อยู่บริเวณชายฝั่งแถบตะวันตกด้วย ทีมงานสัตวแพทย์จึงได้เข้าไปทำการบำบัดดูแลปลาในกระชังที่เหลือ ซึ่งส่วนมากเป็นพ่อแม่พันธุ์ โดยได้ฉีดยาปฏิชีวนะป้องกันและรักษาการติดเชื้อ รวมทั้งให้วิตามินและแร่ธาตุที่บำรุงตับ ไต เพื่อให้สามารถขับสารพิษได้ดีขึ้นและมีสุขภาพแข็งแรง ขณะเดียวกันได้มอบยาสำหรับเคลือบทางเดินอาหารเพื่อลดการดูดซึมสารพิษ รวมทั้งให้สมุนไพรลดพิษไว้ผสมอาหารให้กิน

vet-2Aug

นอกจากนี้ ทีมงานได้จัดตั้งศูนย์รอรับสัตว์ป่วยไว้ที่อ่าวพร้าว โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของบริษัท ปตท. เพื่อรับรายงานและดูแลสัตว์ที่มีผู้ไปพบเห็น หรือนำมารับการช่วยเหลือในเวลาต่อไป

ทั้งนี้ทางศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำได้ประสานงานกับศูนย์วิจัยและพัฒนา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระยอง เพื่อวางแผนการจัดการระยะยาว โดยจะจัดให้มีการฝึกอบรมเพื่อให้สามารถช่วยเหลือสัตว์ในเบื้องต้นได้ โดยจะจัดให้กับกลุ่มเป้าหมายใน 3 พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่ว คือ ประชาชนและชาวประมงเกาะเสม็ด กลุ่มประมงเรือเล็กบ้านปากคลองแกลง และชุมชนชายฝั่งหาดแม่รำพึง โดยมีจำนวนผู้รับการอบรมครั้งละ 30 คน เพื่อให้นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ดูแลสัตว์น้ำและสัตว์ทะเลหายาก เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

สำหรับการติดตามและเฝ้าระวังนั้น ได้ประสานความร่วมมือกับกลุ่มนักประดาน้ำบนเกาะเสม็ดและผู้ประกอบการโรงแรม เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารหากพบเจอสัตว์หรือความเสียหายต่อระบบนิเวศในแนวปะการังของเกาะเสม็ดด้วย

โดยสรุปแล้วปัญหาของการเข้าช่วยเหลือในกรณีเช่นนี้ คือ การประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งหากมีการพูดคุยและสรุปสถานการณ์ร่วมกันอาจทำให้สามารถจัดทำแผนการดำเนินการที่แก้ไขผลกระทบต่อสัตว์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วกว่านี้มาก ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของบริษัท ปตท.(มหาชน) โรงแรมพลอยศรีรีสอร์ท และคุณเฉลิมชัย ยอดมาลัย ที่ได้ให้ความกรุณาสนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้


แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 09 สิงหาคม 2013 เวลา 06:24 น.
 
bottom

top

Latest News

Popular

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

bottom